Puff - The Magic Dragon
จริงๆแล้ววันนี้จะเป็นวันหนึ่งที่ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษเลยถ้าเราไม่ได้ไปเจอบล็อคนี้ที่เมโอะส่งมาให้
http://gift-give-gift.exteen.com
เข้าไปอ่านเรื่อง "เด็กสมัยนี้เป็นอะไรกัน ภาค 5" ค่ะ
เป็นเรื่องที่อ่านได้ ขำๆ เรื่องนึง
แต่ที่จี้ดมาคือเพลงที่เจ้าของบล็อคเค้าเอามาให้ฟังค่ะ
เพลงส่วนมากนั้นจะเป็นเพลงเก่าๆ ออกแนวคันทรี่ ฟังสบายๆ
Puff - The magic dragon ก็เช่นกัน ดนตรีขึ้นมาด้วยเสียงกีตาร์เพราะๆ ฟังแล้วชวนอารมณ์ดี สบายหูมากมาย
(ตอนแรกฟังหูเดียว เอ๊ะ ทำไมเสียงนักร้องมันเบากว่าคอรัสนะ โถ่...โง่ได้อีก
อย่างนี้สินะที่ภาษาคำเมืองเค้าว่า "สึงตึง" เครียดในความเวิ่นเว้อของตัวเองจริงๆ
)
ฟังแล้วเหมือนว่าจะเคยได้ยินเมื่อนานมาแล้ว
แล้วมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆค่ะ (โถ...ความจำสั้น แต่ใบหนี้ฉันยาววววว) แหม่...ที่บ้านนั้นมีเทปเพลงนี้เลยทีเดียว
เพราะพอเปิดให้พ่อฟัง ป๋าแบบโยกเลย อู๊ยยยยย มันคงไปจี๊ดอะไรในใจป๋า
ไปค้นของใหญ่ทั้งๆเป็นตอนกลางค่ำกลางคืน มันคงจี๊ดใจป๋ามากจริงๆ
เพลงนี้เคยถูกนำทำนองมาใส่เนื้อภาษาไทย ชื่อเพลงว่า "ยับ"
ปกนี่แบบเริ่ดสุดๆเลย เป็นรูปคุณดอน สอนระเบียบ สมัยยังเป็นหนุ่มเฟี้ยว เปรี้ยวครอดดดดดดดด
พ่อของข้าน้อยได้จดไว้ว่าซื้อมาเมื่อวันที่ 31 - 07 - 1980 กรี๊ดดดดดดด หนูยังไม่เกิดเยยยย
เพลงนี้แต่งขึ้นโดย Leonard Lipton และ Peter Yarrow ในปี 1959
และขับร้องโดยกลุ่มศิลปิน Peter, Paul และ Mary 1963
เมื่อพิจารณาจากรูปก็รู้เลยว่าทั้ง 3 ท่านเจ๋งจริง ขนาดรูปถ่ายยังเจ๋งคิดดูดิ
สมัยนั้นจะมีศิลปินสักกี่คนที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับตากล้องเจ๋งๆที่ถ่ายภาพออกมาได้งามขนาดนี้
แม้แต่รูปสมัยแก่ก็ยังเจ๋ง
ขอประทับเพลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตน้อยๆนี้ Puff - the magic dragon
เมื่อชอบแล้วคนที่บ้านมีเน็ตอย่างเราต้องทำยังไงคะ
โฮะๆๆๆๆๆ เราก็ต้องเป็นป่วงเข้าไปค้นตามเว็บต่างๆอย่างแน่นอน
และก็ได้ทราบว่า Mary Travers หนึ่งในสมาชิกของวง Peter,Paul & Mary ได้เสียชีวิตลงแล้วด้วยโรคลูคีเมีย เมื่อพุธที่ 16 กันยายน ที่ผ่านมา
แม้ว่าจะไม่ได้ชื่นชมเธอเมื่อยังมีชีวิตอยู่และไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวแมรี่เลยเจ้างของบล็อคก็ขอไว้อาลัยแด่นักร้องหญิงที่มีน้ำเสียงน่าหลงไหลมากที่สุดคนหนึ่งค่ะ
http://www.peterpaulandmary.com/ ถ้อยรำลึกค่ะ
เมื่อค้นไปอีกก็ได้เจอกับบล็อคนี้ค่ะ
http://www.oknation.net/blog/kakalot/2007/08/14/entry-1
เมื่ออ่านแล้วก็นึกถึงหนังสือ The Last Lecture ที่แต่งโดย Randy Pausch มีบทหนึ่งที่พูดถึงการทำความฝันในวัยเด็กให้เป็นจริง อ่านแล้วรู้สึกซึ้งมากเป็นพิเศษค่ะ เพราะตัวเองนั้นก็เป็นคนที่เชื่อในความฝันเมื่อวัยเยาว์เหมือนกัน
เป็นเหตุจากเมื่อก่อนตอนเรายังเด็กได้รับเอาความคิดนี้มาจากวงดนตรี J - Rock "GLAY" ในเพลงหนึ่งที่แปลได้ใจความว่า "จะไม่โตเป็นผู้ใหญ่ที่หลงลืมความฝันในวัยเด็กหรอกนะ" มันเป็นความรู้สึกของเด็กที่มองพวกผู้ใหญ่ที่ถูกกลืนกินด้วยกระแสสังคมในยุคทุนนิยมแล้วก็พูดขึ้นมาว่าจะไม่เป็นแบบนี้ จะไม่สูญเสียจิตวิญญาณที่ใสสะอาด พลังที่เต็มเปี่ยม ความรัก ความหวัง และจินตนาการแสนสนุกที่ผู้ใหญ่ที่ขายวิญญาณให้กับเงินไปแล้วไม่มีทางทำได้
Randy Pausch เคยรับคนคนนึงเข้ามาทำงานเพียงเพราะว่าชายคนนั้นเอ่ยคำว่า "เมื่อตอนเด็ก ผมมีความฝันว่า..."(ข้อความอาจจะไม่ได้ตรงเป๊ะซะทีเดียว) อันเป็นคำพูดที่เอาชนะใจ Randy Pausch ได้ทุกครั้ง และตอนนี้เขาคนนั้นก็ได้มีโอกาสทำฝันให้เป็นจริง
คุณ Cozy ได้เขียนไว้ในบล็อคว่า
" ครั้งล่าสุด เมื่อผมนอนฟังดูดีๆ รู้สึกว่าเพลงกำลังบอกถึงวัยฝันวันเยาว์ ครั้งหนึ่งที่พวกเรามีและลืมเลือนมันไป
เมื่อครั้งเรายังเด็กๆ แม้ตุ๊กตาตัวเล็กๆก็ดูจะมีค่ามาก หุ่นยนต์พลาสติกสามารถครองโลกได้เลยทีเดียว หรือดาบไฟฉายก็มีอานุภาพทำลายล้างสูงซะ เช่นเดียวกับ - เจ้าพัฟ - ซึ่งอาจจะเป็นตุ๊กตา หรือเป็นมังกรในจิตนการของเด็กสักคน.....จวบจนเด็กคนนั้นโตขึ้นมาสักวัน
เจ้าหนู แจ๊กกี้ เบ๊ปเปอร์ ก็คงเหมือนผม โตขึ้นมาเป็นวัยรุ่นก็ไปสนอย่างอื่น อาจจะต้องไปจีบสาว ขับรถเล่นกับเพื่อน หรือถ้าเป็นเด็กหญิงก็อาจไปเริ่มหัดแต่งหน้า คุยโทรศัพท์ เดินห้างฯ ฯลฯ อีกอย่างไม่นับว่าจะเพศไหนก็ตาม สมัยนี้อายุเกิน 10 ขวบก็ไม่น่าจะเหลือที่ให้จิตนการอย่างอื่นนอกจากตั้งหน้าตั้งตาเรียนพิเศษกันอย่างบ้าคลั่งเท่านั้น
เจ้า Puff ก็คงต้องหลบตัวไปซ่อนแถวๆใต้เตียงถ้ามันเป็นตุ๊กตามังกร หรือไม่ก็จมหายไปในความทรงจำที่ถูกแทนที่โดยวัยที่โตขึ้น
ครั้งล่าสุดเมื่อผมคิดถึงเจ้า Puff และเพลง puff - the magic dragon เหมือนจะเตือนให้ผมรู้ว่าครั้งหนึ่ง สมัยเด็กเราเคยมีจินตนาการที่สวยงามแค่ไหน เรามีเพื่อนในจิตนาการที่น่าสนใจเพียงไร และเมื่อไรนะที่มันเลือนหายไป "
แหม่...นึกถึงการ์ตูนเรื่อง 20th century boy ขึ้นมาทันทีเลย
ใครที่เป็นแฟนการ์ตูนในเครือ Studio Ghibli ก็น่าจะให้อารมณ์ครือๆกัน เพราะชายที่ชื่อ Miyazaki Hayao นั้นก็เป็นอีกหนึ่งคนที่เชื่อในความฝันในวัยเด็กเช่นเดียวกัน จนสามารถถ่ายทอดมันออกมาเป็นการ์ตูนให้เราได้ซึ้งกัน
และไม่ว่าจะมีการแปลความหมายของเนื้อเพลงไปมากมาย http://goldflapp.exteen.com/20080103/puff-the-magic-dragon ได้แปลความหมายคร่าวๆของเพลงนี้ไว้
Puff, the magic dragon lived by the sea
And frolicked in the autumn mist in a land called honah lee,
พัฟฟ์ เป็นมังกรวิเศษ ดำเนินชีวิตอยู่กับทะเล
ยิ่งกว่านั้นเล่นสนุกสนานภายในบรรยากาศที่ปกคลุมไปด้วยหมอกควันของฤดูใบไม้ร่วง
ที่ซึ่งดินแดนแห่งนี้ ถูกเรียกว่า โฮนา ลี
Little jackie paper loved that rascal puff,
And brought him strings and sealing wax and other fancy stuff. oh
หนูน้อย แจ็คกี เปเปอร์ รัก เจ้ามังกรเสเพล พัฟฟ์
และนำเชือกมาผูกเข้ากับเจ้าพัฟฟ์พร้อมด้วยของต่างๆตามจินตนาการ.
Puff, the magic dragon lived by the sea
And frolicked in the autumn mist in a land called honah lee,
Puff, the magic dragon lived by the sea
And frolicked in the autumn mist in a land called honah lee.
Together they would travel on a boat with billowed sail
Jackie kept a lookout perched on puffs gigantic tail,
พวกเขาออกท่องเที่ยวด้วยกันบนเรือใบที่ใบเรือถูกลมพัดจนโป่ง.
โดย แจ็คกี นั่งประคับประครองตัวอย่างระมัดระวังอยู่บนหางอันใหญ่โตของเจ้าพัฟฟ์
Noble kings and princes would bow wheneer they came,
Pirate ships would lower their flag when puff roared out his name. oh!
ไม่ว่าจะเป็น ราชา และ เจ้าชาย ผู้สูงศักดิ์ ยังต้องให้ความยำเกรง เมื่อพวกเขาผ่านมา,
เรือโจรสลัดยังต้องลดธงลงเมื่อได้ยินเสียงคำรามของพัฟฟ์ที่เปล่งออกมาเป็นชื่อของพัฟฟ์. โอ้
Puff, the magic dragon lived by the sea
And frolicked in the autumn mist in a land called honah lee,
Puff, the magic dragon lived by the sea
And frolicked in the autumn mist in a land called honah lee.
A dragon lives forever but not so little boys
Painted wings and giant rings make way for other toys.
ชีวิตของทั้งสองแตกต่างกันมาก มังกร มีชีวิตนิรันด์ แต่เด็กน้อยนั้นไม่ใช่เลย.
เมื่อเด็กน้อยเริ่มเติบโตขึ้น ก็เริ่มที่จะสนใจของเล่นใหม่ๆ
One grey night it happened, jackie paper came no more
And puff that mighty dragon, he ceased his fearless roar.
แล้วในคืนแห่งความเศร้าก็เกิดขึ้น เมื่อ แจ็คกี ไม่มาปรากฎตัวเหมือนดังเคย
มังกรผู้แกร่งกล้า อย่าง พัฟฟ์ ก็เริ่มเปลี่ยนไป.
His head was bent in sorrow, green scales fell like rain,
Puff no longer went to play along the cherry lane.
Without his life-long friend, puff could not be brave,
So puff that mighty dragon sadly slipped into his cave. oh!
พัฟฟ์ งอหัวด้วยความเศร้า เกร็ดสีเขียวร่วงหล่นดังสายฝน
ยิ่งกว่านั้น พัฟฟ์ ไม่ออกไปเล่นในที่ๆเล่นอย่างสนุกสนานอีกต่อไป.
เมื่อปราศจากเพื่อนรัก, มันไม่สามารถที่กลับมาเป็นมังกรที่กล้าหาญอย่างเดิม,
ดังนั้นพัฟฟ์ มังกรที่เคยแกร่งกล้าได้แต่อยู่ในถ้ำอย่างโศกเศร้า.
Puff, the magic dragon lived by the sea
And frolicked in the autumn mist in a land called honah lee,
Puff, the magic dragon lived by the sea
And frolicked in the autumn mist in a land called honah lee.
และได้ตีความไปว่าเป็นเพลงที่พูดถึงจินตนาการของคนที่สูบกัญชา(สามารถอ่านเนื้อหาเพิ่มเติมได้ในบล็อคค่ะ จริงๆแล้วยังมีอีกหลายเว็บ แต่บล็อคนี้อ่า...แบบว่า เขียนรู้เรื่องที่สุดแล้วนะมีรูปประกอบด้วย)
แต่มันไม่ได้ทำให้ความเจ๋งของเพลงนี้ลดลงไปเลยนะ
ยังไงก็ชอบเพลงนี้อยู่ดี ฮ่าๆๆ
จากนั้นก็พยายามจะหาเพลงหรืออะไรก็ตามมาบรรเทาความคลั่ง ไปเจอกับกระทู้นี้ http://pantip.com/cafe/chalermkrung/topic/C8333966/C8333966.html
เค้าเอาคลิปการแสดงสดมาลงให้ดูค่ะ แบบว่ากรี๊ดดดดดดดดด พี่คะ หนูเลิฟพี่มากมาย เพราะมันเป็นเวอร์ชั่นที่เพราะครอดค่ะ ขอเอามาลง 2 เวอร์ชั่นนะคะ
อันแรกนี่ตอนเค้ายังเอ๊าะค่ะ พี่นักร้องนำแบบหน้าหล่อมาก(เรียกพี่ตามหน้าตา)
และเวอร์ชั่นที่หง่อมลงมาหน่อย ร้องที่ญี่ปุ่นเมื่อนานมาแล้ว(ดูจากทรงผมคนดูคอน แบบ... คงสมัยแซม ยุรนัน ตั๊ก มยุรา ไรงี้)
อะไรจะโฮกขนาดเน้....... คุณปู่แบบว่าเจ๋งมากคร๊า....
และด้วยความโฮกขนาดนี้จึงได้เกิดการนำเพลงนี้ไปร้องใหม่หลายเวอร์ชั่นมากกกกกกกกกกกกก
http://www.mediafire.com/?5jwwwm2yzgw
หนึ่งในนั้นเป็นเพลงที่เหมือนจะริปมาจากละครเวทีค่ะ ชื่อไฟล์ว่า Broken Social Scene - Puff The Magic Dragon Rejected Original Version ฟังคร่าวๆแล้วแบบว่าอยากจะร้องไห้มาก เพราะคนริปได้นำเอาท่อนที่ตัวละครพูดมาให้ฟังด้วย
เป็นท่อนที่ต่อจากเพลงนี้หลายปีต่อมา แจ๊กกี้ได้กลับมาอีกครั้ง พร้อมกับเด็กน้อยคนนึงที่ตื่นเต้นกับการได้เจอฟั๊ฟเอามากๆ แจ๊กกี้กลับมาเพื่อขอโทษและขอให้ฟั๊ฟมอบความอัศจรรย์ในชีวิตแก่ลูกของเขาเหมือนที่เขาเคยได้รับ และด้วยความอ่อนโยนขอฟั๊ฟ เขาให้อภัยค่ะ ฮือออออออออ
คงจะคล้ายๆ เวอร์ชั่นนี้ แต่คลิปนี้เล่าเป็นนิทานภาพ อย่างสวยเริ่ดอลังมาก เชิญชม
นอกจากนี้ก็มีเวอร์ชั่นป่วงค่ะ
ลุงนี่แบบร้องไปดัดเสียงไป ใส่อารมณ์มากมาย ไม่รู้ว่าฮีแปลงเนื้อด้วยป่าว คนข้างๆถึงได้ฮาขนาดนั้น แต่ป่วงจริงๆ
และไม่ว่าจะยังไงก็ยังยืนยันอีกครั้งว่าการแสดงสดนั้นให้ความรู้สึกดีมากกว่าเพลงที่ฟังจากเทปจริงๆ
และเวอร์ชั่นสุดท้ายที่อยากนำเสนอ แม่เจ้า..ใครฟังทัน + แปลได้ โปรดช่วยบอกกันทีนะคะลุงท่านแร๊บอะไรของแก
คนดูถึงได้ฮามากมายอะไรขนาดนั้น
เอวังเพียงแค่นี้ เพราะง่วงมากมาย ฮ่าๆๆ
CHISE