โซโนะ...สุโก๊ยยย!!!

posted on 28 Mar 2010 12:10 by chise

 

 

        ในวินาทีนี้ที่ไม่มีอะไรน่าหมกมุ่นมากไปกว่า D. Gray man แล้วนั้นกลับมีชายผู้ทำอาชีพผู้กำกับอีกคนที่น่าสนใจมั๊กๆ  และชื่อของชายคนนั้นคือ "Shion Sono"  ไอ้เรื่องหนังของโซโนะที่เคยผ่านหูมาบ้าง ก็เช่น Suicide Club (2001) เป็นเรื่องเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายหมู่  ดูเหมือนจะเเป็นเรื่องที่ฉาวที่สุด  ถูกคนญี่ปุ่นต่อต้านมากที่สุด  แต่คนทั้งโลกก็บอกว่ามัน"จริง"มากที่สุดสำหรับภาพลักษณ์ของสังคมญี่ปุ่นยุคหลังๆมาเนี่ยยยย
ดูท่าจะซีเรียสใช่มั้ย
แต่หน้าตาพี่แกอาราเล่มาก  อย่าบอกใคร
 
ผกก.ญี่ปุ่นต้องหน้าเอ๋อแบบนี้ทุกคนรึเปล่า?
(ขนาดเจ้าของสตูดิโอจิบลิ ฮายาโอะ มิยาซากิ บางมุมยังดูอาราเล่เลย  เอาไรมากกก)

เลือกรูปที่เป็นมุมขรึม

เท่ขึ้นมาอีก 2 เซน'



เนื่องจากอิฉันไม่สันทัดหนังผีเลยยยยยยยย

จึงขอข้ามหนังต่อผมผี Exte : Hair Extension ไป
แนวฆาตกรรมหมู่ก็คงไม่ไหว...ข้ามไป
เรื่องที่พอจะดูได้หน่อยก็คงหนีไม่พ้นเรื่องที่ดังที่สุด  คนนิยมมากที่สุด Love Exposure ...อย่าเพิ่งตกใจว่าเป็นหนังเกาหลี  เพราะถึงชื่อจะเหมือนกันแต่เนื้อหาต่างชั้นกันสิ้นเชิง  





Love Exposure เป็นเรื่องของบาทหลวงที่เวิ่นเว้อเพราะเซ็กซ์เป็นเหตุ  ไอ้เจ้าลูกชาย(ทาคาฮิโระ - AAA)ก็ถอดแบบพ่อมาเป๊ะๆ...เป็นแก็งแอบถ่ายกุงเกงลิง 
และสาวๆจอมเวิ่นอาร์ตตัวแม่อีก 3 คน  คนนึงอยากได้บาทหลวง  คนนึงเกลียดผู้ชาย  อีกคนมาจากลัทธิลึกลับ  เมื่อรวมกันมันก็เลยออกมาเป็นหนัง Comedy  อุ...แม่จ้าวววว  โซโนะทำหนังคอมมิดี้  ที่เศรษฐกิจทั่วโลกวุ่นวายอาจจะมาจากสาเหตุนี้ก็เป็นได้  

เพราะจริงๆแล้วนั้นนนนนน


เขาคือคนที่ลั่นวาจาเอาไว้ว่า "ผมเกลียดคนดูชาวญี่ปุ่น
"  และได้บังอาจปรามาสผกก.ขั้นเทพ ยาสุจิโร่ โอสุ ขวัญใจชาวยุ่นจนถูกตราหน้าว่าเกรียน ครับพี่น้องงงงง  ไม่หยุดแสบแค่นั้น  เพราะไม่นานมานี้พี่แกก็ทำหนังเรื่อง Be Sure to Share ที่เป็นหนังบล็อกครอบครัวชนิดชวนบีบน้ำตาแบบพี่พี่แกเกลียด  แต่เจ้าตัวก็บอกว่า "ผมทำมันเพราะอยากให้นักวิจารณ์ชมว่าผมทำหนังที่สวยงามได้หรือผมเป็นผกก.ที่มีวุฒิภาวะแล้ว ก็แค่นั้น..."  
คือถ้าบ้านถูกปาระเบิดวันใด  คงไม่มีใครแปลกใจหรอกเพ่...




ไม่รู้ว่าหนังของโซโนะจะเจ๋งรึเปล่า  แต่ที่แน่ๆแนวคิดของเขาน่าสนใจ

หลายๆเรื่องพูดถึงพวกเด็กๆที่ต้องการหนีจากภาพครอบครัวแสนสุขที่พ่อ-แม่จัดฉากขึ้น  ทั้งที่จริงๆแล้วเขาเหล่านั้นแตกแยกกันจนแทบจะต่อไม่ติด


ที่โดนมากๆเลยคือ  คำพูดที่ว่า "ผมไม่ได้ถือคริสต์  แต่ผมเป็นแฟนคลับของพระเยซู  เหมือนกับที่ตัวละครในเรื่องพูดว่าพระเยซูช่างเท่เหมือน เคริ์ต โคเบน และการอ่านพระคัมภีร์ไบเบิลก็เหมือนอ่านประวัติของร็อคสตาร์"
(Love Exposure)
ให้ไปเลย 10 ดาว       



และขอเตือนผู้ที่จะไปอ่านสัมภาษณ์ของเขาจากภาษาอิริจินัล(ญี่ปุ่น)  ใจไม่ถึงอย่าทำ  เพราะคุณจะต้องอุทานว่า  "อะไรของแก๊...!!!!!"

แต่ถึงจะยังไงเขาก็ยังเป็นคนที่เจ๋งงงงงงนะ

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก Bioscope

 

 

 

CHISE

 

 

Comment

Comment:

Tweet