ถ้าเหล่าผู้ชายที่เจ๋งที่สุดในโลกมีจริง  พวกเขาก็รวมกันอยู่ในหนังเรื่องนี้

 

 

 

   

 

 

นั่นคือนิยามของหนังเรื่องนี้ที่อิฉันรู้สึกว่ามันเป็น

 

 

 

ถ้านับตั้งแต่เริ่มแรก  อิฉันอยากดูเรื่องนี้จนตัวสั่นตั้งแต่ได้อ่านBioscope(เล่มที่เท่าไหร่ไม่รู้    )เขาบอกว่าจะมีหนังที่เอาเรื่องของ Pirate Radio(สถานีวิทยุเถื่อน) จอมป่วงของเกาะอังกฤษมาทำเป็นหนัง

มันเจ๋งตรงที่เมื่อตอนนั้น(ปี1966)ที่เป็นยุคทองของเพลงRock'n Roleที่แสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง  มันทั้งเริ่ด และแสนจะเก๋ไก๋  แต่สถานีวิทยุของอังกฤษ(ซึ่งในหนังบอกว่าเป็นสถานีBBC)เปิดเพลงPopไม่ถึง 45 นาทีต่อวัน  เหล่าDJกบฏก็เลยหนีรัฐบาลไปเปิดสถานีเถื่อนกลางทะเลแล้วก็เล่นเพลงRock'n Roleกันตลอด24ชั่วโมงมันซะเลย  ผลคือคนมากกว่าครึ่งเกาะมาฟังคลื่นนี้กันหมดไม่แลเหลียวนโยบายต่างๆที่รัฐทั้งห้ามทั้งขู่แถมบังคับสารพัดเลยซักกะตี๊ดดด~

แถมยังนั่งเรืองแห่กันมาชื่นชมขนาดนี้

แค่นี้ก็โคตรจะเจ๋งอยู่แล้ว 

แถมเรื่องนี้ยังมีคุณปู่ Bill Nighy ที่ไม่ว่าจะแสดงเรื่องไหนก็เจ๋ง(ดูอีกบทบาทกวนๆของเขาได้ใน Love Actuallyหรืออยากจะเท่หน่อยก็ Underworld)

 

 

 

แต่...  มันก็ผ่านมานมนานซะจนลืมเรื่องนี้ไปเลย(ขอสารภาพตามตรงว่าเป็นเพราะอิทธิพลของอนิเมะหลายๆเรื่องที่ดึงเวลาและหัวใจของอิฉันไปหมด)  เมื่อมาเจอกันอีกครั้งใจมันเลยไม่ร่ำร้องซักเท่าไหร่  อิฉันดูเรื่องนี้ด้วยอารมณ์แบบ  อืม...ก็ได้  ดูก็ได้  แต่พอได้เห็นDJแต่ละคนในเรื่องก็ยิ่งรู้สึกว่ามันเจ๋งจนรู้สึกว่าต้องซื้อDVDเก็บ 

 

 

 

ชายหนุ่มที่มาเขย่าหัวใจของอิฉันน่ะเหรอ?

หุ หุ หุ...

 

 

 

 

 

กัปตันของเรือ  เควนติน

เป็นทั้งแม่ทัพของเหล่ากบฏ หัวหน้าDJ(แต่ไม่ได้จัดรายการ)  และกัปตันเรือ(จริงๆก็ไม่ใช่หรอก  รับประกันไม่ได้ว่าเขาบังคับเรือเป็นด้วยซ้ำ  แต่เขาทำพิธีแต่งงานได้  ...ก็มีแต่คนที่เป็นกัปตันเท่านั้นที่จะทำแบบนี้ได้ไม่ใช่เร๊อะ???)

 

 

เดอะเคาท์ 

หนุ่มอเมริกันเพียงหนึ่งเดียวบนเรือ  เขาทั้งเจ๋งและเท่มากแถมดูไม่เป็นฮอฟแมนเลยซักตี๊ดดด... 

 

 

เกวิน คาวานาช

ดีเจผู้เป็นตำนาน  ผู้ชายคนนี้เป็นเพลย์บอยตัวพ่อ  ขนาดเสียงก็ยังเพลย์บอย  สาว แก่ แม่ม่าย เก้ง กวาง ติดตรึม  เขาเป็นคนเดียวที่ได้พิสูนจ์ความเป็นเลสของฟิลิซิตี้

 

 

มาร์ค รัตติกาล

หนุ่มเสียงนุ่ม  พูดน้อยแต่ปล่อยฟิโรโมนหนัก  เพลย์บอยตัวลูกที่กำลังจะเจริญรอยตามเกวินไปแบบไม่ทิ้งเงา

 

 

เดฟ

อย่าได้มองว่าความอวบของเขานั้นจะมาเป็นอุปสรรคในความเจ๋งของเขา  ดูเผินๆอาจจะเหมือนตัวประกอบแต่หนุ่มคนนี้มีอะไรซ่อนอยู่มากกว่าที่คิดนะยะ

 

 

เควินจอมบึ๊ก

ไม่รู้ว่าตั้งใจฮารึเปล่า  แต่นายคนนี้บวมได้ทั้งปี  อิฉันคิดว่านี่คงเป็นเสน่ห์อย่างนึงล่ะมั้งไม่งั้นคงไม่มีคนฟังเขาจัดรายการหรอก  จริงมะ?

 

 

ไซม่อนจอมเซ่อ

อิฉันไม่ทราบได้เลยว่าตกลง เควิน ไซม่อนและนัตส์ฟอร์ตใครเป็นตัวโจ้กของกลุ่ม  เพราะพ่อหนุ่มคนนี้แม้จะเป็นเวลาที่เศร้าที่สุดเขาก็ยังฮาได้อีก

 

 

จอมเพี้ยนนัตส์ฟอร์ต

เพี้ยนสมชื่อ  บื้อสมหน้าตา  แต่เขาก็ทำให้คุณอารมณ์ดีได้นะ

 

 

จอห์นผู้ประกาศข่าว

ถ้าข่าวคือชีวิตขอองเขา  ผู้คนรอบข้างก็คงจงใจจะทำลายชีวิตของเขาอยู่ทุกช่วงโอกาส  ไม่ว่าใครจะเป็นตัวโจ้กของกลุ่มแต่คนที่โดนแกล้งมากที่สุดเห็นจะเป็นจอห์นผู้อับโชคคนนี้

 

 

บ๊อบ เจ้าแห่งรุ่งอรุณ

DJลึกลับผู้ไม่พิศมัยการสุมหัวกันและกิจกรรมกลุ่มทุกชนิด(เขาอยู่บนเรือมา7เดือนโดยไม่มีใครรู้เลยซักคน)  เขากำความลับบางอย่างไว้  และจัดรายการช่วงตี3 – 6โมงเช้า

 

 

คาร์ล  พระเอก

พูดให้ถูกคือ  เป็นตัวเริ่มเรื่อง  เรื่องทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวกับคาร์ลโดยตรง  มันเป็นเรื่องของสถานีเพลงและเหล่าลูกเรือ  ความดีที่ยังพอมีติดตัวของหนุ่มน้อยคนนี้สำหรับอิฉันก็คงมีเพียงหน้าตา  ฮ่าๆ

 

 

เฟลิซิตี้

แม่ครัวหญิงเดียวในเรือ   ...ที่อยู่ได้เพราะเธอเป็นเลสเบี้ยน  ฮ่าๆ

 

และSpecial   เจ้าหญิงอมินา แห่ง Prince of Persia ในภาคที่เต้นเร่าๆเพราะอยากเข้าห้องกะหนุ่ม ก็ไม่อยากจะยอมรับซักเท่าไหร่  แต่ต้องบอกว่าเธอแสดงบทนี้ได้ดีและเป็นธรรมชาติกว่าใน Prince of Persia ซะอีก

 

 

 

 

หนังเรื่องนี้ทำให้อิฉันต้องไปค้นไอค่อนแหวนดอกไม้ที่ดูเข้ากับอารมณ์ของเรื่องนี้สุดๆขึ้นมาแล้วสวมมันติดนิ้วทุกวันอีกครั้ง

 

เป็นความเวิ่นเล็กๆที่สนุกดีที่ได้ทำน่ะเจ้าค่ะ

 

 

 

 

จริงๆแล้วข้อมูลในมือของอิฉันน้อยซะจนไม่รู้ว่าเนื้อเรื่องในหนังมีความเป็นจริงมากน้อยแค่ไหน  เรื่องราวในสมัยนั้นดุเด็ดเผ็ดมันเพียงใด  หรือแม้แต่คำถามที่ตัวเองคิดขึ้นมาเล่นๆว่า   "แล้วตกลงDJในเรือมันมีกี่คนกันแน่(วะ)?" อันเนื่องมาจากความขี้เกียจส่วนตัวนั่นเองฮ่าๆๆ  พอเห็นภาษาอังกฤษเต็มพรืดเต็มหน้าแล้วอิฉันจะเวียนหัวขึ้นมากะทันหัน  พาลจะง่วงเอาซะดื้อๆ  เพราะงั้นเลยขอข้ามประเด็นนี้ไป  มาคุยกันเรื่องตัวละครดีกว่า  ฮ่าๆ

แต่เรื่องที่เป็นความจริงแน่ๆก็คือคนเขียนบท+ผู้กำกับสามารถสื่อความเป็นกบฏของพวกเขาผ่านตัวแสดงได้ดีมาก  และมันก็เข้ากับมุขตลกสารพัดที่ยัด(ต้องใช้คำว่ายัด เพราะมันเยอะจริงๆ)เข้าไปในเรื่องนี้  ทั้งๆที่มันอาจจะออกมาดูเสร่อๆ  ดูโง่ๆ  แต่มันไม่ได้ออกมาแย่เลย  มันเจ๋งงง!!!

 

ในสายตาของผู้หญิงคนหนึ่งอิฉันมองว่าเรื่องนี้ทำให้ตัวแสดงชายทุกคนมีภาพที่ดี  ไม่ในด้านใดก็ด้านหนึ่ง  เขาคนนั้นอาจจะไม่ได้รูปหล่อ  ฉลาด  หรือคารมดี  แต่คนที่ดูจะเป็นไอ้ขี้แพ้คนหนึ่งก็สามารถดูน่ารัก(สำหรับพวกผู้หญิง)ในแบบที่เขาเป็น  ที่สำคัญในความบ้าของพวกเขามันสื่อความเป็นลูกผู้ชายที่พร้อมจะปกป้องในสิ่งที่พวกเขาเชื่อได้อย่าโคตรจะเท่

 

 

 

 

เมื่อดูแล้วก็คิดขึ้นมาว่า  ถ้าไม่มีพวกเขาก็ไม่มีพวกเราในวันนี้

เรื่องที่พวกเขาทำในอดีตอาจถูกมองว่ามันไม่ดี  ขัดหลักการต่างๆ  รวมถึงเป็นการกบฏต่อศีลธรรมอันดี  แต่ถ้าไม่มีวีรกรรมของพวกเขาไหนเลยเราในตอนนี้จะกบฏได้ถึงเพียงนี้

ใครจะมาเป็นแรงบันดาลใจให้กบฏในรุ่นหลังกันล่ะ

 

 

 

และเรื่องที่เด็ดอีกเรื่องหนึ่งก็คือ เพลงประกอบหนังที่ได้รับเลือกมาใช้  มันเหมาะกับหนังเนื่องนี้ซะยิ่งกว่ากิ่งทองใบหยกซะอีก  ไม่รู้จะเป็นเพราะอิทธิพลของหนังหรือเปล่าแต่บางเพลงที่ฟังแล้วเฉยๆพอมาอยู่ในหนังมันกลับโคตรจะเพราะ  เข้ากั๊นนนนเข้ากัน

 

ที่อยากจะแนะนำคือ

Elenore 

All Day And All Of The Night

The Letter

The End Of The World

และ

Stay With Me Baby  ในฉากเศร้าดูยังไงก็ฮา

แม้บางเพลงจะหายไปบ้างก็เหอะ(ใครช่วยบอกที  เพลงที่เปิดตอนเกวิน คาวานาสปรากฎตัวมันอยู่แทรคไหนค๊า...)

 

เรื่องนี้ให้บรรยากาศเดียวกับแจ็ด แบล็ค  ผู้ชายที่อิฉันชื่นชมอีกคนหนึ่ง  แจ็คคือคนที่สามารถทำให้ความบ้า+ฮา+เสื่อม = เจ๋ง ได้

 

และถึงจะเป็นเรื่องเล็กน้อยในสายตาของอิฉัน  แต่costumeของเรื่องนี้ก็ดูดีชะมัด  อันที่จริงมันก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าดีใจซักท่าไหร่  แต่บอกตรงๆเลยว่าเสื้อผ้าของตัวละครทำให้นักแสดงบางคนดูดีกว่าตัวจริงซะอีก

 

 

 

 

 

ภาพโดยรวมของเรื่องนี้ทำให้ได้เรท 18+  เนื่องจากมันเต็มไปด้วยภาษาระคายหู  จงใจสื่อถึงเรื่องที่เด็กไม่สมควรได้ฟัง  และมีภาพเปลือยของนักแสดงหลายคน(ที่ดูยังไงก็...ไม่ได้กระตุ้นอารมณ์อะไรเลย  บางทีอาจจะเป็นเพราะอิฉันเป็นผู้หญิงก็ได้มั้งเลยดูฉากนั้นออกมาฮามากกว่าจะโป๊  แต่ก็นั่นแหละมันก็18+อยู่ดี)

 

 

 

 

ตัวอิฉันเองไม่ได้ชื่นชอบทะเลมากซักเท่าไหร่  แม้จะเคยไปเที่ยวมาบ้างแต่ก็ไม่เคยประทับใจทะเลเลยซักครั้ง  แต่เรื่องนี้ทำให้อิฉันรู้สึกว่าทะเลก็น่าจะสนุกเหมือนกันแฮะ  ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีเรื่องไหนทำแบบนี้ได้เลยสักครั้ง  มันเลยทำให้อิฉันรู้สึกว่ามันเป็นหนังที่ดีจริงๆ  ไม่งั้นอิฉันคงไม่รู้สึกดีเวอร์ๆแบบนี้หรอก  ฮ่าๆ

 

 

 

 

พวกเขาเป็นไพเรท  ...ไม่ใช่แค่คำเปรียบเทียบ  แต่ทั้งเท่ และก็เจ๋งแบบไพเรทจริงๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

CHISE

 

 

 

 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

อ่ะ อยากดูbig smile

#1 By Ka_zoo on 2010-07-15 23:09